“ผมคือคนธรรมดา ที่มองเห็นคนป่วยมีค่า” ลุงตู้ บัณฑูร นิยมาภา พ่อมดกัญชา


2
1 comment, 2 points
ลุงตู้ พ่อมดกัญชา

ลุงตู้ บัณฑูร นิยมาภา พ่อมดกัญชา

 

หลังกฎหมายการใช้กัญชาทางการแพทย์มีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 เรื่องของกัญชาก็กลายเป็นกระแสในสังคมไทยอย่างมาก และจากเรื่องที่เคยซุกอยู่ใต้ดิน วันนี้เรื่องกัญชาถูกนำมาพูดคุยถกเถียงกันได้อย่างเปิดเผย 

ทั้งทำให้ ลุงตู้’ บัณฑูร นิยมาภา ผู้ริเริ่มเครือข่ายที่ช่วยรักษาผู้ป่วยด้วยสารสกัดกัญชา หรือสมญานาม ‘พ่อมดกัญชา’ กลายมาเป็นที่รู้จักในวงกว้าง หลังจากที่ได้ต่อสู้เรื่องการใช้กัญชารักษาผู้ป่วยแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ มาหลายสิบปี

 

“ปีนี้เป็นปีทองครับ คิดดูสิว่า 50 ปีนะที่อยู่ใต้ดินมา ผมใช้กัญชาอย่างผิดกฎหมาย ปีนี้ผมได้รับนิรโทษกรรม สามารถใช้กัญชาได้อย่างถูกต้อง และตอนนี้ก็ร่วมกันหน่วยงานรัฐหลายหน่วยงาน ร่วมกับจังหวัดหลายจังหวัด ทำเรื่องนี้ให้มันบริสุทธิ์ จากปีแรก ๆ ที่ผมแอบทำ ทำแบบจรยุทธน่ะ ให้ความรู้กันที 3 คน 5 คน ถือว่าเป็นปีที่ผมหายเหนื่อย ผมไม่โดดเดี่ยว ยังมีผู้บริโภค หมอหลายท่าน ผมว่าคนที่ไม่เข้าใจมีน้อยกว่าคนที่เข้าใจแล้วชั่วโมงนี้ ”

 

นอกจากจะหลบ ๆ ซ่อน ๆ ในการช่วยเหลือ และให้ความรู้กับผู้ป่วยที่ต้องการใช้กัญชาในการรักษาแล้ว ลุงตู้ยังถูกกระแสต่อต้าน กดดันหลายอย่าง ทั้งโดนขอใบศาลมาค้นบ้าน ถูกแจ้งข้อหาว่าทำของเถื่อน กระทั่งวันที่กระแสกัญชามาแรง ลุงตู้ถึงขั้นต้องหลบไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน

 

“ผมไม่ได้หนีนะ ผมหลบไปรักษาคน เมื่อกระแสในเมืองไทยแรงก็หลบไปให้ความรู้ทางโน้น แล้วก็กลับมาผลักดันกฎหมายต่อ เรามีคนป่วยที่จะต้องดูแล ชีวิตเขามีค่า สำคัญกว่ากฎหมายครับ ผมยินดีที่จะเสี่ยงกับกฎหมายเพื่อรักษาชีวิต คนป่วยคือกำลังใจผม เห็นเขาดีขึ้น จากเด็กที่ชักวันหนึ่งเป็นสิบหน แล้วไม่ชักเลยเป็นสิบ ๆ คน ฉะนั้นถึงผมหลบไปก่อน แต่ไม่หยุด คนป่วยมารอเรา เป็นคุณจะหยุดไหมล่ะ ถึงจะไม่ใช่ญาติ แต่เราเป็นความหวังให้เขาได้ หยุดไม่ได้ครับ”

 

เดิมลุงตู้เป็นผู้ใช้กัญชา ในยุคที่กัญชายังไม่ได้หมายถึงยาเสพติด และเริ่มสนใจศึกษาหาความรู้จากต่างประเทศด้วยตัวเอง เนื่องจากมีคนใกล้ชิดป่วยด้วยโรคมะเร็ง เมื่อรู้ว่ามีการใช้กัญชาเพื่อการรักษาได้ จึงทดลองใช้ดู ปรากฏว่าได้ผลดี จากนั้นมาก็เกิดการบอกต่อแบบปากต่อปาก ว่าลุงตู้สามารถรักษามะเร็ง และโรคร้ายต่าง ๆ ด้วยกัญชาได้ จนลุงตู้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการใช้กัญชาเพื่อรักษาโรค และเป็นความหวังของผู้ป่วยที่หมดหนทางรักษา

 

“ผมไม่ใช่แพทย์ ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ เพียงแต่เรามีประสบการณ์ในการใช้กัญชามายาวนานกว่า 50 ปี ตั้งแต่กัญชายังไม่เป็นยาเสพติด เราศึกษาตรงนี้มา ผมเห็นว่าเป็นสิ่งที่ปู่ย่าตาทวดเราให้ไว้เป็นมรดกตกทอด ผมไม่รังเกียจ ยืนยันว่าเราไม่ควรทิ้งมรดกนี้ คนที่ทำท่ารังเกียจ ผมมองว่าเป็นพวกโลกแบนนะ ผมถามว่าที่รังเกียจกัญชาคุณเคยใช้กันบ้างหรือยัง คุณไปใช้ก่อนแล้วค่อยมาตัดสินว่ากัญชาดีหรือเลว คุณกล่าวหามาตลอด 40-50 ปี ถึงวันนี้จากผู้ร้ายกลายเป็นพระเอก คุณจะไม่ขอโทษเหรอ อย่ามองกัญชาเป็นยาเสพติด พอรึยังครับ มองเข้าไปในโลกสิครับ มีสิ่งเสพติดที่มากกว่ากัญชา กาแฟที่คุณกินทุกเช้า บุหรี่ที่คุณสูบ เหล้าที่คุณกิน เบียร์ที่คุณกิน บรันดี ไวน์ พวกนี้เสพติดมากกว่ากัญชาหลายเท่า สารที่อยู่ในกัญชาเป็นสิ่งที่ร่างกายมีอยู่แล้ว เป็นสารตัวเดียวกับเอ็นโดรฟินที่ดีต่อระบบในร่างกาย”

 

ลุงตู้ยืนยันว่าการรักษามะเร็งในปัจจุบันกัญชาคือหนทางที่ดีที่สุด โดยให้ข้อมูลว่าผลการศึกษาจากสถาบันเซนต์จอร์จประเทศอังกฤษที่ทำร่วมกับแพทย์เยอรมันเมื่อปี 2013 ยืนยันว่าการใช้กัญชาเห็นผลชัดเจนที่สุดในการรักษามะเร็ง และในการฆ่าเซลล์มะเร็ง

 

“เมื่อเทียบกับการทำคีโม โอกาสรอดของการใช้กัญชามีมากกว่า การใช้คีโมคุณมีผลแทรกซ้อนเยอะ ผมคุณจะร่วง เล็บคุณจะหลุด ภูมิคุ้มกันในร่างกายคุณจะตก แล้วคุณจะไปทำลายทำไม ผมพูดอย่างนี้คุณหมอที่ใช้คีโมอาจจะเกลียดผม แต่คุณรู้ไว้ด้วยผมก็เกลียดคุณ คุณใช้จรรยาบรรณของแพทย์ฆ่าคนไข้  ระบบ Endocannabinoid receptors ที่นำสารจากกัญชามาใช้ประโยชน์เพิ่งถูกค้นพบเมื่อ 28 ปีนี้เอง แต่สิ่งที่คุณหมอใช้กับมนุษย์มีมา 100 กว่าปีแล้ว ผมว่าโบราณนะ และก็ไม่ได้ตอบโจทย์ พูดตรง ๆ จะอีโก้สูงก็สูงไปเถอะ แต่คุณต้องมองชีวิตคน”

 

มี 2 สิ่งที่ลุงตู้ต้องการจะสื่อสารออกไปสู่วงกว้าง คือ หนึ่ง กัญชาไม่ใช่ยาเสพติด และคนป่วยควรจะทำยารักษาตัวเอง เพราะทำไม่ยาก ไม่เป็นอันตราย แถมยังไม่ต้องเสียเงินเพื่อซื้อยาในราคาแพง ๆ อีกด้วย

 

“ตอนนี้คนที่ใช้กัญชาเพื่อรักษาตัวเองมีเป็นล้าน ซึ่งผมเป็นห่วงคนที่ไม่ได้ทำยาเองแล้วไปใช้ยา คุณรู้ไหมเขาเอาอะไรมาให้คุณใช้ สั่งยาจากนอกมา สั่งจากที่ไหน คุณรู้จักเขาไหม มีการตรวจสอบคุณภาพยาที่เอามาขายไหม ไปซื้อขวดหนึ่งแพง ๆ แล้วทำไมคุณไม่ทำเองล่ะ  คุณกินกาแฟคุณก็ชงเอง หุงข้าวคุณก็หุงเอง นี่ง่ายกว่านะครับ การระเหยด้วยเอทิลแอลกอฮอล์แล้วทำยาออกมา ง่ายมาก”

 

ในวันนี้เมื่อกัญชาได้รับอนุญาตให้ใช้ได้ในทางการแพทย์แล้ว ถามลุงตู้ว่ากลัวไหมว่าภาครัฐจะเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน หรือกลุ่มคนบางกลุ่ม จนทำให้ชาวบ้านไม่สามารถเข้าถึงกัญชาได้โดยตรง

 

“ผมไม่กลัวนะ รัฐบาลอยากเสี่ยงกับประชาชนก็เอา ถ้าคุณคิดว่าผลประโยชน์ที่ได้จากบริษัทยาสำคัญกว่า แล้วชีวิตของประชาชนไม่สำคัญ ก็ไม่สมควรปกครองประเทศ ออกไปซะ ถ้าไม่มีปัญญาบริหารประเทศผมจะบริหารให้คุณดู คุณทำงานอย่าโง่ มองประชาชนเป็นที่ตั้ง อย่ามองเงิน พวกคุณรวยกันหมดแล้ว ผมมีเงินติดตัวในบัญชีไม่ถึงแสน ผมก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขแล้ว เดินไปไหนก็มีคนรู้จัก แสดงความชื่นชม พวกที่มีร้อยล้านพันล้าน คุณเดินถนนได้อย่างผมไหมล่ะ ผมเดินถนนได้อย่างสง่างาม”

 

 

 

 


Like it? Share with your friends!

2
1 comment, 2 points
Smart Admin

One Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Choose A Format
Personality quiz
Series of questions that intends to reveal something about the personality
Trivia quiz
Series of questions with right and wrong answers that intends to check knowledge
Poll
Voting to make decisions or determine opinions
Story
Formatted Text with Embeds and Visuals
List
The Classic Internet Listicles
Countdown
The Classic Internet Countdowns
Open List
Submit your own item and vote up for the best submission
Ranked List
Upvote or downvote to decide the best list item
Meme
Upload your own images to make custom memes
Video
Youtube, Vimeo or Vine Embeds
Audio
Soundcloud or Mixcloud Embeds
Image
Photo or GIF
Gif
GIF format